การดาวน์โหลดทอร์เรนต์เป็นวิธีที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการเผยแพร่ไฟล์ขนาดใหญ่ทางอินเทอร์เน็ต แม้ว่ามักจะถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ก็ยังมีกรณีการใช้งานทอร์เรนต์ที่ถูกกฎหมายอยู่มากมาย อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเข้าสู่โลกของการแชร์ไฟล์แบบ P2P ควรทำความเข้าใจก่อนว่าการดาวน์โหลดทอร์เรนต์คืออะไร ทำงานอย่างไร และจะป้องกันตนเองจากความเสี่ยงบางประการที่เกี่ยวข้องได้อย่างไร

การแชร์ไฟล์แบบ P2P คืออะไร?

P2P หรือ peer-to-peer คือคำที่ใช้เรียกการค้นหาและส่งไฟล์ระหว่างเครือข่ายของอุปกรณ์ การแชร์ไฟล์แบบ P2P จะใช้เครือข่ายแบบกระจายศูนย์ซึ่งประกอบด้วย “peer” (อุปกรณ์ร่วมเครือข่าย) ที่สามารถใช้เพื่อแชร์ข้อมูลร่วมกันได้ สามารถใช้การแชร์ไฟล์แบบ P2P เพื่อแชร์เอกสาร ไฟล์เสียง ไฟล์วิดีโอ หรือแม้กระทั่งโปรแกรมและวิดีโอเกม

การดาวน์โหลดและอัปโหลดไฟล์ผ่านเครือข่าย P2P จะใช้โปรโตคอลการแชร์ไฟล์ เช่น BitTorrent (แทนที่จะใช้ http เหมือนที่เว็บเบราว์เซอร์ใช้) ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่

การดาวน์โหลดทอร์เรนต์คืออะไร?

การดาวน์โหลดทอร์เรนต์คือวิธีการดาวน์โหลดไฟล์จากเครือข่าย P2P โดยใช้ไฟล์ทอร์เรนต์หรือลิงก์แม่เหล็ก (Magnet link) ไฟล์ทอร์เรนต์จะทำหน้าที่เป็นดัชนีที่ระบุตำแหน่งในคอมพิวเตอร์ว่าไฟล์หรือส่วนต่างๆ ของไฟล์นั้นอยู่ที่ใดในเครือข่าย และจะดาวน์โหลดชิ้นส่วนเหล่านั้นจากอุปกรณ์เครื่องอื่นในเครือข่ายพร้อมกันทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้ดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ได้เร็วขึ้นมาก เนื่องจากเป็นการรับส่วนประกอบต่างๆ ของไฟล์จากหลายแหล่งพร้อมกัน ลิงก์แม่เหล็กทำงานในลักษณะเดียวกับไฟล์ทอร์เรนต์ แต่ไม่จำเป็นต้องฝากไฟล์หรือดาวน์โหลดไฟล์ทอร์เรนต์

การดาวน์โหลดทอร์เรนต์ทำงานอย่างไร?

การดาวน์โหลดไฟล์จากอุปกรณ์หลายเครื่องพร้อมกันจะช่วยให้ดาวน์โหลดได้เร็วขึ้นมาก เนื่องจากเป็นการรับชิ้นส่วนเล็กๆ ของไฟล์ที่ต้องการจากหลายแหล่งพร้อมกัน และเมื่อได้รับชิ้นส่วนเหล่านั้นแล้ว ก็สามารถอัปโหลดไฟล์ดังกล่าวไปพร้อมๆ กันได้ทันที

ขั้นตอนการทำงานของการดาวน์โหลดทอร์เรนต์มีดังนี้:

  1. ดาวน์โหลดไฟล์ทอร์เรนต์จากเว็บไซต์ (หรือคลิกที่ลิงก์แม่เหล็ก) ซึ่งจะถูกโหลดเข้าสู่โปรแกรม BitTorrent โดยไฟล์ทอร์เรนต์จะมีข้อมูลเมตาเกี่ยวกับไฟล์และโฟลเดอร์ที่จะเผยแพร่ รวมถึงรายการตำแหน่งเครือข่ายของตัวติดตามสำหรับไฟล์ที่ต้องการค้นหา
  2. โปรแกรม BitTorrent จะใช้ไฟล์ทอร์เรนต์ที่ดาวน์โหลดมาเพื่อค้นหาชิ้นส่วนของไฟล์ที่กำลังค้นหาในคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นบนเครือข่าย และเริ่มดาวน์โหลดชิ้นส่วนเหล่านั้น
  3. คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเครือข่ายจะใช้แบนด์วิดท์ที่มีอยู่ส่วนหนึ่งเพื่ออัปโหลดชิ้นส่วนของไฟล์ที่กำลังดาวน์โหลด

Seeder และ Leecher

ในการใช้ทอร์เรนต์ จะมีสถานะเป็น Leecher หรือ Seeder โดยจะเป็น Leecher เมื่อกำลังดาวน์โหลดไฟล์จากอุปกรณ์เครื่องอื่นในเครือข่ายที่มีชิ้นส่วนของไฟล์นั้นอยู่แล้วและอนุญาตให้ดาวน์โหลดไฟล์ต่อได้ (ซึ่งเรียกว่ากำลัง “Leech” ไฟล์) และในขณะที่ดาวน์โหลดอยู่นั้น ก็จะปล่อยไฟล์ (Seed) ส่วนที่ดาวน์โหลดเสร็จแล้วไปด้วย ดังนั้น Leecher จึงมักจะเป็นทั้ง Seeder และ Leecher ไปพร้อมๆ กัน

เมื่อดาวน์โหลดไฟล์เสร็จสมบูรณ์และเริ่มอัปโหลดเพื่อให้ผู้อื่นใช้งานได้ สถานะจะเปลี่ยนเป็น Seeder เพียงอย่างเดียว (หมายความว่าผู้อื่นสามารถดาวน์โหลด “Leech” ไฟล์ทั้งหมดได้แล้ว)

ยิ่งทอร์เรนต์มีจำนวน Seeder มากเท่าใด ความเร็วในการดาวน์โหลดทอร์เรนต์นั้นก็จะยิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น เนื่องจากสามารถรับชิ้นส่วนต่างๆ ของไฟล์จากแหล่งข้อมูลได้มากขึ้น

หากทอร์เรนต์ไม่มี Seeder เลย โอกาสที่จะดาวน์โหลดไฟล์ได้สมบูรณ์ก็แทบจะไม่มี สามารถปล่อยทอร์เรนต์ค้างไว้ในโปรแกรมได้ด้วยความหวังว่าจะมี Seeder ปรากฏขึ้น แต่หากไม่มีใครออนไลน์อยู่เลย ก็จะไม่สามารถดาวน์โหลดไฟล์ทั้งหมดได้

การดาวน์โหลดทอร์เรนต์ใช้สำหรับอะไร?

การดาวน์โหลดทอร์เรนต์มักถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว มีเหตุผลที่ชอบธรรมและถูกกฎหมายมากมายในการใช้งาน BitTorrent

เหตุผลหลักในการใช้ BitTorrent คือเพื่อดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ เนื่องจากเร็วกว่าการดาวน์โหลดไฟล์ที่โฮสต์ไว้จากเว็บเบราว์เซอร์มาก ด้วยเหตุนี้ ผู้แจกจ่ายจำนวนมากจึงนิยมเลือกใช้ BitTorrent เพื่อให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดฟรีแวร์ วิดีโอเกม อัปเดต และดิสโทรของ Linux ได้

การดาวน์โหลดทอร์เรนต์ยังเป็นวิธีแจกจ่ายไฟล์ขนาดใหญ่ฟรีที่ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า ตัวอย่างเช่น หากเป็นวงดนตรีและต้องการเผยแพร่อัลบั้มเพลงฟรีให้แก่แฟนเพลง โดยปกติแล้วจะต้องโฮสต์ไฟล์ด้วยตนเอง ซึ่งต้องใช้แบนด์วิดท์อย่างมหาศาล แต่หากเผยแพร่ไฟล์ผ่าน BitTorrent จะเป็นการให้แฟนเพลงช่วยแบ่งปันแบนด์วิดท์ในขณะที่ดาวน์โหลดไฟล์ ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการโฮสต์ไฟล์ได้เป็นจำนวนมาก

บางองค์กรใช้ทอร์เรนต์เป็นการภายในเพื่อถ่ายโอนไฟล์ขนาดใหญ่ระหว่างเซิร์ฟเวอร์ ในปี 2012 เว็บไซต์ Ars Technica รายงานว่า Facebook ได้ใช้ BitTorrent เพื่อวัตถุประสงค์นี้เช่นกัน(หน้าต่างใหม่)

การดาวน์โหลดทอร์เรนต์ผิดกฎหมายหรือไม่?

จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นได้ว่าการดาวน์โหลดทอร์เรนต์ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แม้จะเป็นเรื่องจริงที่สามารถใช้ BitTorrent ในการดาวน์โหลดเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์อย่างผิดกฎหมายได้ แต่นั่นก็เกิดขึ้นกับเว็บเบราว์เซอร์ได้เช่นกัน BitTorrent เป็นเพียงโปรโตคอลการสื่อสารอีกรูปแบบหนึ่ง เช่นเดียวกับ PPTP (Point-to-Point Tunneling Protocol) หรือ IP (Internet Protocol)

ดังนั้นการดาวน์โหลดทอร์เรนต์จึงเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายโดยสมบูรณ์ และตราบใดที่ไม่ได้ใช้เพื่อดาวน์โหลดเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์หรือสิ่งอื่นที่ผิดกฎหมาย ก็จะไม่เกิดปัญหากับทางเจ้าหน้าที่อย่างแน่นอน

ความเสี่ยงของการดาวน์โหลดทอร์เรนต์มีอะไรบ้าง?

แม้ว่าการดาวน์โหลดทอร์เรนต์จะเป็นวิธีที่ดีเยี่ยมในการดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่ก็มีความเสี่ยงบางประการที่ควรทราบก่อนเริ่มดาวน์โหลดไฟล์ เพื่อที่จะได้ดำเนินขั้นตอนที่เหมาะสมในการป้องกันตนเอง

ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) สามารถมองเห็นกิจกรรมการใช้ทอร์เรนต์ได้

เช่นเดียวกับกิจกรรมออนไลน์ส่วนใหญ่ (หากไม่ได้ใช้ VPN) ที่ ISP จะสามารถมองเห็นได้เมื่อมีการแชร์หรือดาวน์โหลดไฟล์ผ่านเครือข่าย P2P และเนื่องจากปริมาณแบนด์วิดท์ที่ต้องใช้ ISP บางรายจึงอาจจำกัดความเร็วการดาวน์โหลดด้วย BitTorrent ซึ่งส่งผลให้ความเร็วในการดาวน์โหลดลดลง

นอกจากนี้ ISP ยังสามารถบันทึกข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการดาวน์โหลดทอร์เรนต์ได้ ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถส่งมอบข้อมูลดังกล่าวให้กับทางเจ้าหน้าที่ได้หากได้รับการร้องขอ

อุปกรณ์ร่วมเครือข่าย (peer) สามารถมองเห็นที่อยู่ IP ได้

ในการแลกเปลี่ยนแพ็กเก็ตข้อมูลกับอุปกรณ์ร่วมเครือข่ายเครื่องอื่น (Seeder และ Leecher) คอมพิวเตอร์จำเป็นต้องเปิดเผยที่อยู่ IP ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้รายอื่นที่กำลังแชร์ไฟล์ด้วยนั้นจะสามารถมองเห็นที่อยู่ IP ได้เช่นกัน อุปกรณ์อื่นๆ ในเครือข่ายอาจรวมถึงผู้ไม่หวังดีที่พยายามเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ได้

ระวังไฟล์แอบแฝง

แม้ว่าจะต้องระมัดระวังอยู่เสมอเพื่อไม่ให้เผลอดาวน์โหลดไฟล์ที่อันตรายหรือติดไวรัสโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่การเผลอดาวน์โหลดไฟล์อันตรายขณะดาวน์โหลดทอร์เรนต์นั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายเป็นพิเศษ ทอร์เรนต์ที่มีชื่อไฟล์ดูน่าเชื่อถืออาจส่งผลให้เป็นการดาวน์โหลดไวรัสลงในคอมพิวเตอร์ได้จริง

วิธีป้องกันตนเองขณะดาวน์โหลดทอร์เรนต์

แม้จะมีความเสี่ยง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีวิธีป้องกันให้ปลอดภัยอยู่เสมอในขณะดาวน์โหลดทอร์เรนต์ เมื่อปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้แล้ว ก็จะยังคงสามารถดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ทางทอร์เรนต์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวหรือความปลอดภัย

ใช้ VPN เพื่อซ่อนกิจกรรมจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP)

ทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้ VPN ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) จะสามารถมองเห็นและบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมออนไลน์ได้ ซึ่งรวมถึงข้อมูลการใช้ทอร์เรนต์ด้วย ส่งผลให้ ISP มีสิทธิ์ในการจำกัดแบนด์วิดท์ทอร์เรนต์ หรือส่งมอบข้อมูลกิจกรรมให้แก่บุคคลภายนอกได้ ซึ่งสามารถซ่อนกิจกรรมการดาวน์โหลดทอร์เรนต์จาก ISP ได้โดยการเข้ารหัสทราฟฟิกด้วย VPN ตราบใดที่เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ VPN ที่อนุญาตให้ใช้ทอร์เรนต์ เช่น เซิร์ฟเวอร์ P2P ของ Proton VPN ก็จะสามารถใช้ทอร์เรนต์ต่อไปได้โดยที่ ISP ไม่สามารถมองเห็นหรือจำกัดทราฟฟิกการแชร์ไฟล์แบบ P2P ได้

ใช้ VPN เพื่อซ่อนที่อยู่ IP จากอุปกรณ์เครื่องอื่นในเครือข่าย

แม้ว่าการใช้งาน VPN ตลอดเวลาจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องความเป็นส่วนตัว แต่การใช้ VPN ในขณะดาวน์โหลดทอร์เรนต์นั้นมีความสำคัญเป็นพิเศษเพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถซ่อนที่อยู่ IP ที่แท้จริงจากอุปกรณ์เครื่องอื่นในเครือข่าย P2P ได้ เมื่อเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ P2P ของ Proton VPN ทราฟฟิกการแชร์ไฟล์จะถูกส่งผ่านเซิร์ฟเวอร์ VPN ก่อนที่จะเข้าสู่เครือข่าย P2P ช่วยปิดบังที่อยู่ IP ที่แท้จริงไว้ได้อย่างปลอดภัย

ตรวจสอบไฟล์ที่ดาวน์โหลด

มีวิธีปฏิบัติบางประการเพื่อหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลดไฟล์อันตรายในขณะดาวน์โหลดทอร์เรนต์ เว็บไซต์ดาวน์โหลดทอร์เรนต์หลายแห่งได้เปิดใช้งานการแสดงความคิดเห็นใต้แต่ละทอร์เรนต์ ซึ่งความคิดเห็นเหล่านั้นมักจะช่วยแจ้งเตือนเกี่ยวกับปัญหาด้านคุณภาพของทอร์เรนต์หรือไฟล์อันตรายที่แฝงมาด้วย นอกจากนี้ยังสามารถเลือกทอร์เรนต์ที่มี Seeder จำนวนมากได้ด้วย เพราะยิ่งทอร์เรนต์ได้รับความนิยมมากเท่าใด ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะปลอดภัยในการดาวน์โหลดมากขึ้นเท่านั้น

ที่สำคัญที่สุด เมื่อโหลดทอร์เรนต์เข้าสู่โปรแกรม BitTorrent แล้ว ให้ตรวจสอบไฟล์ทั้งหมดที่รวมอยู่ในทอร์เรนต์นั้นก่อนจะยืนยันการดาวน์โหลด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีไฟล์ใดที่ดูผิดปกติ ตัวอย่างเช่น หากกำลังดาวน์โหลดไฟล์เพลง ก็ไม่ควรจะมีไฟล์สั่งการ (executable file) ปรากฏอยู่ในทอร์เรนต์ (โดยทั่วไป ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อดาวน์โหลดไฟล์สั่งการ เช่น .EXE, .APP, .BAT, .SCR) นอกจากนี้ ควรตรวจสอบขนาดของไฟล์ที่ดาวน์โหลดด้วย ตัวอย่างเช่น หากทอร์เรนต์ระบุว่าไฟล์มีขนาด 10GB แต่เป็นการดาวน์โหลดอัลบั้มเพลงเพียงอัลบั้มเดียว ทอร์เรนต์นั้นอาจมีไฟล์ส่วนเกินที่ไม่จำเป็นแฝงอยู่ ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้

การใช้งานซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสจะช่วยปกป้องคอมพิวเตอร์จากไวรัสและไฟล์อันตรายอื่นๆ ในกรณีที่เผลอดาวน์โหลดโดยไม่ได้ตั้งใจได้เช่นกัน

วิธีใช้งานทอร์เรนต์

ดาวน์โหลดโปรแกรม BitTorrent

การจะดาวน์โหลดทอร์เรนต์ได้นั้น จำเป็นต้องมีโปรแกรม BitTorrent ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลในฐานะอุปกรณ์เครื่องหนึ่งในเครือข่าย P2P ขอแนะนำให้เลือกโปรแกรม BitTorrent แบบโอเพนซอร์ส เช่น qBittorrent(หน้าต่างใหม่) และ Transmission(หน้าต่างใหม่) ส่วนโปรแกรม BitTorrent ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ μTorrent(หน้าต่างใหม่) และ BitTorrent(หน้าต่างใหม่) (ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีชื่อเดียวกันกับโปรเจกต์โปรโตคอล BitTorrent)

ค้นหาทอร์เรนต์

ในตอนนี้จำเป็นต้องค้นหาทอร์เรนต์ที่ต้องการดาวน์โหลด เว็บไซต์ที่เข้าชมจะแตกต่างกันไปตามไฟล์ที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น หากกำลังมองหาทอร์เรนต์ Linux ISO สามารถค้นหาทอร์เรนต์ดังกล่าวที่แสดงอยู่ใต้ BitTorrent ได้ใน หน้าดาวน์โหลดทางเลือกของ Ubuntu(หน้าต่างใหม่) หรือหากต้องการดาวน์โหลดและรับชมภาพยนตร์ที่เป็นโดเมนสาธารณะ ก็สามารถเข้าชม คอลเลกชันภาพยนตร์เรื่องยาวของ Internet Archive(หน้าต่างใหม่)

มีบางเว็บไซต์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับโฮสต์ไฟล์ทอร์เรนต์ทุกประเภท แต่หลายเว็บไซต์เหล่านี้ถูกบล็อกโดย ISPs เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ แม้ว่าจะโฮสต์ทอร์เรนต์ที่ถูกกฎหมายอย่างสมบูรณ์หลายรายการด้วยก็ตาม ในหลายกรณี การใช้ VPN(หน้าต่างใหม่) จะช่วยให้เข้าถึงเว็บไซต์เหล่านี้ และช่วยให้ใช้งานทอร์เรนต์ต่อไปได้ตามปกติ

ดาวน์โหลดทอร์เรนต์

เมื่อพบทอร์เรนต์ที่ต้องการดาวน์โหลดแล้ว ให้คลิกปุ่ม ดาวน์โหลด ทั้งนี้อาจทำได้ยากกว่าที่คิด ขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ที่ใช้งาน เนื่องจากเว็บไซต์ทอร์เรนต์หลายแห่งจะแสดงปุ่มดาวน์โหลดขนาดใหญ่ที่นำทางไปยังโซลูชันการดาวน์โหลดแบบชำระเงิน หรือนำไปยังเว็บไซต์อื่นหรือโฆษณา ในขณะที่ซ่อนปุ่มไฟล์ทอร์เรนต์หรือลิงก์ Magnet ที่แท้จริงไว้

การคลิกลิงก์ที่ (ถูกต้อง) จะเป็นการดาวน์โหลดไฟล์ทอร์เรนต์ซึ่งจะบอกอุปกรณ์ว่าสามารถค้นหาบางส่วนของไฟล์ที่ต้องการภายในเครือข่าย P2P ได้จากที่ใด จากนั้นสามารถเพิ่มไฟล์ทอร์เรนต์ไปยังไคลเอนต์ทอร์เรนต์ได้โดยคลิก เพิ่มทอร์เรนต์ และเลือกไฟล์ทอร์เรนต์ที่ดาวน์โหลดมา

ก่อนยืนยันการดาวน์โหลด โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ดาวน์โหลดไฟล์ที่ถูกต้องและไฟล์เหล่านั้นปลอดภัย โดยตรวจสอบขนาด ชื่อ และส่วนขยายของไฟล์ที่กำลังดาวน์โหลด

หากมีสิ่งใดไม่ถูกต้อง สามารถยกเลิกการเลือกไฟล์ที่ไม่ต้องการ หรือยกเลิกการดาวน์โหลดทั้งหมดได้ทันที

เมื่อพอใจกับไฟล์ที่เลือกแล้ว สามารถยืนยันการดาวน์โหลดได้ (ในตัวอย่างด้านล่างจาก qBittorrent สามารถยืนยันการดาวน์โหลดได้โดยคลิก ตกลง แม้ว่าข้อความแจ้งเตือนอาจแตกต่างกันไปตามไคลเอนต์ BitTorrent แต่ละราย)

เพิ่มไฟล์ทอร์เรนต์ไปยัง qBittorrent

จากนั้นทอร์เรนต์จะเริ่มค้นหาตำแหน่งและดาวน์โหลดไฟล์ โดยจะเห็นแถบความคืบหน้าของทอร์เรนต์ รวมถึงข้อมูลต่างๆ เช่น ความเร็วในการดาวน์โหลดและอัปโหลดของทอร์เรนต์

กำลังดาวน์โหลดไฟล์ทอร์เรนต์

ปล่อยทอร์เรนต์

ในขณะที่กำลังดาวน์โหลดทอร์เรนต์ อุปกรณ์ก็จะกลายเป็น peer ในเครือข่ายด้วยเช่นกัน ซึ่งหมายความว่าไฟล์ทอร์เรนต์จะสามารถค้นหาตำแหน่งของส่วนต่างๆ ของไฟล์ที่ได้ดาวน์โหลดไว้ และอนุญาตให้ผู้อื่นดาวน์โหลดไฟล์ในส่วนเดียวกันนั้นต่อได้

เมื่อดาวน์โหลดไฟล์เสร็จสมบูรณ์แล้ว ไคลเอนต์ทอร์เรนต์จะสลับจาก กำลังดาวน์โหลด เป็น กำลังปล่อยไฟล์ โดยอัตโนมัติ (อย่างไรก็ตาม ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ โดยปกติแล้วจะมีการอัปโหลดบางส่วนของไฟล์ในขณะที่กำลังดาวน์โหลดไปพร้อมๆ กัน) ซึ่งหมายความว่าในตอนนี้เป็นเพียงผู้ปล่อยไฟล์ในเครือข่าย และผู้อื่นสามารถดาวน์โหลดไฟล์ทั้งหมดจากเครื่องได้ มารยาทในการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ดีกำหนดให้ต้องปล่อยไฟล์ทอร์เรนต์ที่ดาวน์โหลดมา เนื่องจากหากไม่มีผู้ปล่อยไฟล์ การแชร์ไฟล์แบบ P2P ก็จะไม่สามารถทำได้

การปล่อยทอร์เรนต์

สิ่งที่ควรพิจารณาใน VPN สำหรับการใช้งานทอร์เรนต์

VPN ที่ดีจะช่วยซ่อนที่อยู่ IP ที่แท้จริงจากผู้อื่นในเครือข่าย และจะป้องกันไม่ให้ ISP เห็นหรือจำกัดความเร็วของกิจกรรมการใช้งานทอร์เรนต์ เมื่อมองหา VPN ที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานทอร์เรนต์ ควรเลือกรายที่:

  • ไม่บล็อกทราฟฟิก P2P
  • ไม่มีการเก็บข้อมูลบันทึกกิจกรรมใดๆ
  • ไม่ได้ตั้งอยู่ในประเทศที่สามารถร้องขอข้อมูลบันทึกได้
  • มีความเร็วเพียงพอที่จะรองรับการแชร์ไฟล์ P2P ด้วยความเร็วที่ดี
  • มีสวิตช์ตัดการเชื่อมต่อฉุกเฉินเพื่อช่วยให้มั่นใจได้ว่าการเชื่อมต่อจะถูกตัดขาดในกรณีที่ VPN หลุดการเชื่อมต่อ

การแชร์ไฟล์ P2P ด้วย Proton VPN

Proton VPN เป็น VPN แบบไม่บันทึกข้อมูลการใช้งานที่ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัว เนื่องจากมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ จึงไม่สามารถบังคับให้เก็บหรือส่งมอบข้อมูลบันทึกเกี่ยวกับกิจกรรม VPN ได้ (ผลลัพธ์การตรวจสอบความปลอดภัยล่าสุดยืนยันถึงนโยบายไม่บันทึกข้อมูลการใช้งาน) หากสมัครรับข้อมูลแผน Proton VPN Plus จะสามารถใช้ประโยชน์จากเซิร์ฟเวอร์การแชร์ไฟล์ P2P ความเร็วสูงเฉพาะทางได้อย่างเต็มที่

หากต้องการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่ปรับแต่งมาเพื่อการแชร์ไฟล์ P2P ให้มองหาเซิร์ฟเวอร์ในแอป Proton VPN บนอุปกรณ์ที่มีไอคอนลูกศรสองทาง

จากนั้นสามารถทำตามขั้นตอนข้างต้นเพื่อดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่ได้อย่างปลอดภัยผ่านเซิร์ฟเวอร์ VPN สำหรับทอร์เรนต์ความเร็วสูง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานทอร์เรนต์ด้วย Proton VPN โปรดดูบทความสนับสนุนแบบทีละขั้นตอน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการใช้งานทอร์เรนต์

จำเป็นต้องซ่อน IP ในขณะใช้งานทอร์เรนต์หรือไม่?

ใช่ ควรซ่อนที่อยู่ IP ทุกครั้งในขณะใช้งานทอร์เรนต์ เนื่องจาก ISP จะสามารถเห็นกิจกรรมการใช้งานทอร์เรนต์ได้หากไม่ใช้ VPN และยังสามารถส่งมอบข้อมูลนี้ให้กับบุคคลภายนอกได้อีกด้วย ประการที่สอง เมื่อเชื่อมต่อกับเครือข่าย P2P ผู้อื่นทุกคนในเครือข่ายนั้นจะสามารถเห็นที่อยู่ IP ได้ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดในการรักษาความปลอดภัยในขณะใช้งานทอร์เรนต์คือการใช้ VPN เพื่อซ่อนที่อยู่ IP และกิจกรรมออนไลน์

BitTorrent คืออะไร?

BitTorrent คือโปรโตคอลการแชร์ไฟล์แบบ peer-to-peer (P2P) ที่ช่วยให้อุปกรณ์สามารถสื่อสารและแชร์ไฟล์กับผู้อื่นในเครือข่ายในรูปแบบกระจายศูนย์ ซึ่งหมายความว่าสามารถแชร์ไฟล์ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์หลักในการจัดเตรียมข้อมูล

นิยามของการใช้งานทอร์เรนต์คืออะไร?

ทอร์เรนต์คือไฟล์ที่ถูกอัปโหลดและดาวน์โหลดผ่านเครือข่ายการแชร์ P2P แบบกระจายศูนย์ผ่านโปรโตคอล BitTorrent ส่วนการใช้งานทอร์เรนต์คือคำกริยาสำหรับการแชร์ไฟล์ในลักษณะนี้

สามารถใช้งานทอร์เรนต์ด้วยแผน VPN ฟรีได้หรือไม่?

ทอร์เรนต์อาจใช้งานได้กับแผน VPN ฟรี แต่วิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถใช้งานทอร์เรนต์ไฟล์ขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยคือการลงทะเบียนแผน Proton VPN Plus ด้วย Plus plan จะช่วยให้เข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ที่ปรับแต่งมาเพื่อการแชร์ไฟล์ P2P ความเร็วสูง เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถใช้งานทอร์เรนต์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายโดยไม่มีการหยุดชะงัก

จะสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ทอร์เรนต์ที่ถูกบล็อกได้อย่างไร?

บางเว็บไซต์ทอร์เรนต์อาจถูกบล็อกโดย ISP ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการและประเทศที่อาศัยอยู่ ซึ่งมักทำเพื่อป้องกันไม่ให้มีการดาวน์โหลดเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แม้ว่าเว็บไซต์เหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีทอร์เรนต์ที่ถูกกฎหมายอย่างสมบูรณ์ให้เลือกใช้หลายร้อยรายการก็ตาม หากใช้งาน VPN จะสามารถปลดบล็อกไซต์ทอร์เรนต์ที่ถูกจำกัดโดย ISP ได้

ผู้ปล่อยไฟล์ (seeder) และผู้ดูดไฟล์ (leecher) ในการใช้งานทอร์เรนต์คืออะไร?

ในการใช้งานทอร์เรนต์ “ผู้ปล่อยไฟล์” (seeder) คือชื่อเรียกของ peer บนเครือข่าย P2P ที่มีไฟล์ทอร์เรนต์ที่สมบูรณ์แล้วและยังคงแชร์ไฟล์นั้นต่อไป ส่วน “ผู้ดูดไฟล์” (leecher) คือชื่อเรียกของ peer บนเครือข่ายที่กำลังดาวน์โหลดไฟล์ทอร์เรนต์จากผู้ปล่อยไฟล์ หรือกำลัง “ดูดไฟล์” จากผู้ปล่อยไฟล์เหล่านั้น นอกจากนี้ ผู้ดูดไฟล์ยังปล่อยไฟล์ในส่วนที่ดาวน์โหลดมาเรียบร้อยแล้วในขณะที่กำลังดูดไฟล์ส่วนที่เหลือจากผู้อื่นด้วย ยิ่งมีผู้ปล่อยไฟล์สำหรับทอร์เรนต์นั้นมากเท่าใด ก็จะยิ่งดาวน์โหลดทอร์เรนต์นั้นเสร็จสมบูรณ์ได้เร็วขึ้นเท่านั้น เนื่องจากมีผู้ที่จะรับไฟล์ในส่วนต่างๆ เพิ่มมากขึ้น

P2P หมายถึงอะไร?

P2P ย่อมาจาก Peer-to-Peer ในการใช้งานทอร์เรนต์ นี่คือชื่อเรียกของประเภทเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถค้นหาและดาวน์โหลดเนื้อหาในรูปแบบกระจายศูนย์ได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางในการจัดเตรียมไฟล์ โครงสร้างที่เป็นเอกลักษณ์ของเครือข่ายทำให้การดาวน์โหลดไฟล์ขนาดใหญ่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง
บนเครือข่าย P2P ไคลเอนต์ BitTorrent ที่ใช้งานจะค้นหาสำเนาของไฟล์ที่ต้องการดาวน์โหลดภายในเครือข่ายนั้น และอนุญาตให้คอมพิวเตอร์สร้างการเชื่อมต่อหลายรายการกับแหล่งข้อมูลหลายแหล่งที่มีไฟล์ที่ร้องขอทั้งหมดหรือบางส่วน