หากใช้งาน Windows ก็อาจจะ(หน้าต่างใหม่)พอทราบ(หน้าต่างใหม่)อยู่บ้าง(หน้าต่างใหม่)ว่าแล็ปท็อปกำลังถูกสอดแนม(หน้าต่างใหม่) ในสัปดาห์นี้ มีการย้ำเตือนให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าระบบปฏิบัติการที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายของ Microsoft นี้ส่งผลกระทบและล่วงล้ำ(หน้าต่างใหม่)ต่อความเป็นส่วนตัว(หน้าต่างใหม่)ได้อย่างแท้จริง

Peter Stokes วัย 19 ปี ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มแฮกเกอร์อาชญากรชื่อกระฉ่อนอย่าง Scattered Spider(หน้าต่างใหม่) ถูกส่งตัวข้ามแดนจากฟินแลนด์ไปยังสหรัฐอเมริกา และถูกกล่าวหาว่าแฮก “บริษัท F ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกอัญมณีหรู”

ทว่าสิ่งที่ทำให้คดีนี้น่าสนใจก็คือวิธีที่ถูกจับกุม

Windows ในฐานะสปายแวร์

จากข้อมูลในคำร้องทุกข์ทางอาญา(หน้าต่างใหม่)ของ FBI ระบุว่า Stokes ได้ใช้ VPN เพื่อซ่อนกิจกรรมออนไลน์ของเขา ซึ่งโดยทั่วไปแล้วถือว่าเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผล เนื่องจาก VPN จะซ่อนที่อยู่ IP ที่แท้จริงของคุณจากเว็บไซต์ที่คุณเข้าชม และซ่อนกิจกรรมออนไลน์ของคุณจาก ISP แต่เขากลับทำผิดพลาดครั้งใหญ่แบบมือใหม่ นั่นคือการใช้งาน Windows

เจ้าหน้าที่ระบุตัวตนของ Stokes โดยใช้บันทึกของ Microsoft ที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้ากับการใช้งาน ngrok ที่น่าสงสัย ซึ่งเป็นเครื่องมือสร้างทันเนลสำหรับพัฒนาเว็บที่ถูกใช้เพื่อ “หลบเลี่ยงการป้องกันเครือข่ายของบริษัท F และเปิดใช้งานการเข้าถึงศูนย์ข้อมูลของบริษัท F อย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้รับอนุญาต”

Microsoft สามารถระบุคอมพิวเตอร์ของ Stokes ได้ด้วย Global Device Identifier (GDID) ซึ่งเป็น “ตัวระบุระดับอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อระบุการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows บนอุปกรณ์อย่างเจาะจงโดยไม่ซ้ำกัน”

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การติดตั้ง Windows ทุกครั้งจะมี GDID ที่ Microsoft สามารถใช้ระบุอุปกรณ์ได้ (รวมถึงอุปกรณ์เสมือน) และใช้เพื่อเก็บข้อมูลทางสถิติ(หน้าต่างใหม่) การติดตั้ง Windows ใหม่จะสร้าง GDID ขึ้นมาใหม่สำหรับอุปกรณ์นั้น แต่จะไม่ลบตัวเก่าออกจากระบบของ Microsoft ดังนั้นจึงยังสามารถใช้ระบุตัวตนของอุปกรณ์ได้อยู่

จากนั้น Microsoft ได้ส่งมอบข้อมูลนี้ให้กับบุคคลที่สาม

วิธีที่ FBI ใช้ข้อมูลที่ Microsoft จัดหาให้

ลำพังเพียงหลักฐานนี้ยังไม่เพียงพอที่จะเชื่อมโยงอาชญากรรมกับ Stokes แต่การรู้ GDID ช่วยให้ FBI ทราบประวัติที่อยู่ IP ที่อุปกรณ์เคยเข้าถึงในช่วงที่ผ่านมา และเพื่อพิสูจน์ว่า IP เหล่านั้นเป็นของ Peter Stokes โดยเฉพาะ พนักงานสอบสวนจึงได้เปรียบเทียบประวัติ IP นี้กับการเข้าสู่ระบบบัญชีต่างๆ ที่ทราบว่าเป็นของเขา ซึ่งรวมถึง Apple, Snapchat, Facebook และการเข้าสู่ระบบเกม Growtopia

ตามคำร้องทุกข์ การเชื่อมต่อ GDID กับบัญชีที่ทราบว่าเป็นของ Stokes ช่วยพิสูจน์ว่า GDID ที่ใช้แฮกผู้ค้าปลีกอัญมณีนั้นเป็นของอุปกรณ์ที่เป็นของ Stokes

การที่ที่อยู่ IP หนึ่งที่ตรวจพบด้วยวิธีนี้เป็นของโรงแรมแห่งหนึ่งในนิวยอร์ก ซึ่งพนักงานสอบสวนระบุว่าตรงกับสภาพภายในห้องที่เห็นในภาพเซลฟี่บน Snapchat ที่แสดงให้เห็น Stokes ใช้ปึกธนบัตร 100 ดอลลาร์ปิดบังใบหน้านั้น ไม่น่าจะช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้นสำหรับคดีของเขาเลย

ภาพเซลฟี่ที่มัดตัวผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแฮกเกอร์

เรื่องนี้มีความหมายอย่างไรต่อบุคคลทั่วไป?

สิ่งแรกที่ต้องเน้นย้ำคือ ในคดีนี้ระบบทำงานได้ตามที่ตั้งใจไว้

Stokes เผชิญกับข้อกล่าวหาต่างๆ รวมถึงการสมรู้ร่วมคิด การบุกรุกทางไซเบอร์ และการฉ้อโกงที่เชื่อมโยงกับการจ่ายเงินค่าไถ่มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์จากการบุกรุกองค์กรมากกว่า 100 แห่งตั้งแต่ปี 2022 การที่ FBI ใช้ข้อมูลของ Microsoft นั้นอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายที่ต้องใช้คำสั่งศาลและหมายเรียก

ทว่า GDID ก็ทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับความยินยอมของผู้ใช้ และคำถามที่ว่าใครเป็นเจ้าของฮาร์ดแวร์ที่จ่ายเงินซื้อมาอย่างแท้จริง เนื่องจากไม่มีการขอให้ยอมรับ GDID บนอุปกรณ์ และไม่มีวิธีง่ายๆ ในการลบออก แม้แต่การติดตั้ง Windows ใหม่ทั้งหมดก็ช่วยแก้ปัญหาได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

ในเอกสารออนไลน์ทั้งหมดของ Microsoft มีการกล่าวถึง GlobalDeviceId เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งถูกซ่อนไว้(หน้าต่างใหม่)ในเอกสารทางเทคนิคที่เข้าใจยากอย่างยิ่งและไม่น่าจะมีใครเข้าไปอ่าน

อย่างไรก็ดี เป็นความจริงที่ระบบปฏิบัติการเชิงพาณิชย์หลักอื่นๆ ทั้งหมด เช่น macOS, Android และ iOS ก็สามารถระบุตัวตนของอุปกรณ์ส่งไปยังผู้ผลิตได้อย่างเจาะจงเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์เช่นกัน แต่น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่ยอมรับสถานการณ์นี้โดยดุษณี

สำหรับผู้ที่ไม่ยอมรับ วิธีเดียวในทางปฏิบัติที่จะหลีกเลี่ยงสิ่งนี้คือการใช้ระบบปฏิบัติการที่เป็นโอเพนซอร์ส เช่น Linux