หากจะมีปีใดที่แสดงให้เห็นว่าอินเทอร์เน็ตมีความสำคัญต่อสังคมมากเพียงใด ปีนั้นคือปี 2020 ในปีนี้ผู้คนต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตสำหรับการทำงาน ความบันเทิง และช่วยให้ใกล้ชิดกับครอบครัว แต่เสรีภาพและความเป็นส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ตกำลังถูกคุกคาม รัฐบาลเผด็จการทั่วโลก รวมถึงใน ฮ่องกง อิหร่าน เบลารุส(หน้าต่างใหม่) และอีกหลายแห่ง ต่างเพิ่มการจำกัดเสรีภาพทางอินเทอร์เน็ตเพื่อรักษาอำนาจโดยขัดต่อความต้องการของประชาชน

นอกจากนี้ยังเห็นได้ชัดว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ (Big Tech) ควบคุมทุกแง่มุมของชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ข่าวสารที่ได้รับชมไปจนถึงแอปที่สามารถใช้งานได้(หน้าต่างใหม่) ดังที่การสอบสวนการผูกขาดของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปเมื่อเร็วๆ นี้เน้นย้ำ(หน้าต่างใหม่) บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ใช้ความได้เปรียบในการครองตลาดเพื่อสร้างความเสียเปรียบแก่คู่แข่งและเพิ่มการควบคุมอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้สิทธิที่จำเป็นอย่างความเป็นส่วนตัว เสรีภาพในการแสดงออก และประชาธิปไตยต้องตกอยู่ในความเสี่ยง ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ การประกาศเปิดตัว Google VPN จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลยิ่งกว่าเดิม

Google VPN มีปัญหาอย่างไร?

VPN เป็นเครื่องมือออนไลน์ที่จำเป็นมานานในการมอบความปลอดภัย เสรีภาพ และที่สำคัญที่สุดคือ ความเป็นส่วนตัว ในแต่ละวัน ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหลายร้อยล้านคนเชื่อมต่อกับ VPN เพื่อป้องกันไม่ให้กิจกรรมออนไลน์ถูกติดตามและตรวจสอบ เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลบนเว็บได้อย่างเป็นส่วนตัว หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ จุดประสงค์ที่แท้จริงของ VPN คือการป้องกันการสอดส่องดูแลในแบบที่ Google กำลังดำเนินการอยู่ ในระดับที่ใหญ่หลวงและไม่เคยมีมาก่อน

Google ทราบเรื่องนี้ดี และในเอกสารปกขาวที่อธิบายเกี่ยวกับ VPN โดย Google One(หน้าต่างใหม่) Google ยอมรับว่าการใช้งาน VPN กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ และ “ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากถึง 25% เข้าถึง VPN ภายในเดือนสุดท้ายของปี 2019” น่าเสียดายที่การใช้งาน VPN ที่เพิ่มขึ้นนั้นสร้างปัญหาสำคัญให้กับ Google เนื่องจากทำให้การติดตามผู้ใช้บนอินเทอร์เน็ต การทำเหมืองข้อมูล และการกำหนดเป้าหมายโฆษณาทำได้ยากขึ้น กล่าวโดยสรุปคือ VPN บั่นทอนอำนาจของ Google

ผลิตภัณฑ์อย่าง Proton VPN เป็นภัยคุกคามต่อรูปแบบธุรกิจของ Google มาช้านาน เนื่องจากมีจุดยืนที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง Proton เชื่อว่าทุกคนควรเข้าถึงความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และเสรีภาพ ผลิตภัณฑ์และรูปแบบธุรกิจมีศูนย์กลางอยู่ที่แนวคิดเรื่องการให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวเป็นอันดับแรก และช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมข้อมูลออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะเป็น Proton Mail(หน้าต่างใหม่), Proton VPN หรือ Proton Drive(หน้าต่างใหม่) พันธกิจที่ยึดมั่นมาโดยตลอดคือการป้องกันไม่ให้บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่นำข้อมูลส่วนตัวที่สุดไปใช้เพื่อแสวงหาผลประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง

Google VPN เป็นความพยายามที่แฝงมาอย่างแนบเนียนเพื่อควบคุมข้อมูลผู้ใช้ การเปิดตัว Google VPN โดยรวมเข้ากับ Google One และอาจจะติดตั้งมาล่วงหน้าในทุกอุปกรณ์ Android ในอนาคต ทำให้ Google สรุปได้ว่า “เนื่องจาก VPN ของบุคคลที่สามขัดขวางไม่ให้สอดส่องผู้ใช้อินเทอร์เน็ต จึงจะนำทางผู้ใช้ที่ไม่ทันระวังตัวมาใช้ Google VPN เพื่อให้สามารถควบคุมข้อมูลต่อไปได้” ด้วยการใช้ประโยชน์จากการควบคุมแพลตฟอร์ม Android และการรวม Google VPN เข้ากับบริการอื่นๆ Google กำลังใช้ความได้เปรียบในการครองตลาดซึ่งสร้างความเสียหายต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และมีพฤติกรรมในลักษณะเดียวกับที่เป็นประเด็นในการสอบสวนการผูกขาดทั้งในสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป

การที่ Google อ้างอย่างหน้าไม่อายว่า VPN จะเป็นผลดีต่อความเป็นส่วนตัวนั้น เปรียบเสมือนการอ้างว่า Facebook VPN หรือ NSA VPN จะดีต่อความเป็นส่วนตัวเช่นกัน มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องไม่ปล่อยให้ Google จำกัดความหมายของความเป็นส่วนตัวใหม่ว่าเป็น ‘ความเป็นส่วนตัวระหว่างผู้ใช้กับ Google’ สิ่งนี้มีประโยชน์ต่อรูปแบบธุรกิจที่เอารัดเอาเปรียบเท่านั้น ซึ่งทำกำไรจากการสอดส่องและเปิดช่องให้เกิดการบิดเบือนข้อมูลในวงกว้าง หากปล่อยให้ Google กำหนดความหมายของความเป็นส่วนตัว ทุกคนจะเป็นฝ่ายสูญเสีย

ความเสี่ยงจากการใช้ VPN โดย Google

แม้ว่าไม่มี VPN ใดที่เป็นโซลูชันความเป็นส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบ แต่มีความเสี่ยงเฉพาะเจาะจงในการใช้ VPN ของ Google โดยเฉพาะ

  • VPN ใหม่ของ Google จะเพิ่มความสามารถในการรวบรวมข้อมูล ทุกครั้งที่เข้าสู่ระบบ Google Chrome, Gmail, Google Calendar, Google Maps หรือ Google Drive ทาง Google จะเริ่มติดตามการใช้งานทันที และทุกครั้งที่เข้าสู่ระบบแอปที่เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม AdMob ของ Google(หน้าต่างใหม่) ก็จะสามารถตรวจสอบกิจกรรม และนำไปช่วยให้บุคคลที่สามได้รับข้อมูลเชิงลึกเพื่อกำหนดเป้าหมายได้ดีขึ้น และหากนั่นยังไม่พอ การใช้ VPN ของ Google จะเป็นการเปิดโอกาสให้ Google เข้าถึงกิจกรรมการท่องเว็บออนไลน์ทั้งหมดได้โดยตรง
  • Google มีสำนักงานตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งหมายความว่าข้อมูลอาจมีความเสี่ยงต่อการสอดส่องของรัฐบาลสหรัฐฯ VPN ของ Google อยู่ภายใต้บังคับของศาล FISA ที่ปิดเป็นความลับ และจดหมายความมั่นคงแห่งชาติที่ไม่ต้องมีหมายค้น ทั้งนี้ Google เป็นเครื่องมือในการสอดส่องดูแล(หน้าต่างใหม่)สำหรับรัฐบาลของประเทศต่างๆ อยู่แล้ว การอนุญาตให้ Google เข้าถึงกิจกรรมทางอินเทอร์เน็ตทั้งหมดในทางเทคนิคจึงเสมือนเป็นของขวัญชิ้นงามให้แก่ NSA และหน่วยงานสืบราชการลับอื่นๆ ทั่วโลก แม้ว่าตอนนี้ VPN จะไม่ได้เก็บข้อมูลบันทึกการใช้งานของผู้ใช้ แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ก็อาจบังคับให้ Google เริ่มเก็บข้อมูลบันทึกในอนาคตได้

ประเด็นสำคัญคือเมื่อเชื่อมต่อกับ VPN จะเป็นการเปลี่ยนความไว้วางใจจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไปยังผู้ให้บริการ VPN หากใช้ VPN ของ Google จะเป็นการมอบความไว้วางใจให้กับบริษัทที่มีรูปแบบธุรกิจเป็นการสอดส่องดูแล

ปลดแอกชีวิตจาก Google(หน้าต่างใหม่) ในราคาเพียง $1.

อย่าหลงกลการสร้างภาพเรื่องความเป็นส่วนตัว

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Google พยายามสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ว่าคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว เมื่อปีที่แล้ว Sundar Pichai ซีอีโอของ Google ได้เขียนบทความแสดงความคิดเห็นใน The New York Times โดยโต้แย้งว่า “ความเป็นส่วนตัวไม่ควรเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย” และเช่นเดียวกับข้อโต้แย้งที่ไม่แสดงถึงความจริงใจในบทความนั้น VPN ใหม่ของ Google เป็นเพียงความพยายามที่จะหลอกล่อให้ผู้ใช้เกิดความรู้สึกผิดๆ ว่าได้รับความเป็นส่วนตัว(หน้าต่างใหม่)

น่าเสียดายที่ยังคงมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้อีกมากเมื่อพูดถึง VPN หลายคนไม่ทราบว่าทำงานอย่างไรหรือปกป้องความเป็นส่วนตัวอย่างไร Google ดูเหมือนจะพึ่งพาความไม่รู้ของผู้ใช้ หลายคนอาจใช้ Google VPN โดยคิดว่ากำลังปกป้องความเป็นส่วนตัว แต่ในความเป็นจริง กลับทำให้ Google สามารถรวบรวมข้อมูลได้มากขึ้นไปอีก

แต่ก็อาจจะมีข้อดีอยู่ข้อหนึ่งเกี่ยวกับการดิ้นรนก้าวเข้าสู่เทคโนโลยีความเป็นส่วนตัวของ Google นั่นคือพวกเขารู้ว่ากระแสกำลังเปลี่ยนไป ความต้องการความเป็นส่วนตัวกำลังเติบโตขึ้น และไม่ว่า Google จะต้องการอะไรก็ตาม อนาคตจะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ในฐานะผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ทุกคนต่างสมควรได้รับสิทธิในความเป็นส่วนตัว เนื่องจากเป็นรากฐานของสังคมที่เข้มแข็งและประชาธิปไตยที่ทำงานได้จริง

เรียนรู้เหตุผล และวิธีในการเลิกใช้งาน Google(หน้าต่างใหม่).

อย่าเข้าใจผิด ไม่ว่าพวกเขาจะอ้างอย่างไรก็ตาม Google VPN คือการโจมตีความเป็นส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ต สิ่งที่ต้องการไม่ใช่อินเทอร์เน็ตที่ให้ความสำคัญกับ Google เป็นอันดับแรก แต่เป็นอินเทอร์เน็ตที่ให้ความสำคัญกับผู้คนเป็นอันดับแรก และให้ผู้คนได้ควบคุมข้อมูล ทุกคนสามารถร่วมมือกันก้าวไปสู่อินเทอร์เน็ตที่ดีขึ้นนี้ได้ด้วยการปฏิเสธ Google VPN

ขอแสดงความนับถือ
ทีมงาน Proton VPN

สามารถติดตามทางโซเชียลมีเดียเพื่อรับข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการเปิดตัว Proton VPN:

Twitter (หน้าต่างใหม่)| Facebook(หน้าต่างใหม่) | Reddit(หน้าต่างใหม่)

หากต้องการรับบัญชีอีเมลที่เข้ารหัสลับของ Proton Mail ฟรี โปรดไปที่: proton.me/mail(หน้าต่างใหม่)