VPN “ฟรี” ส่วนใหญ่ไม่ได้ฟรีจริงๆ เพราะต้องชำระด้วยข้อมูลส่วนบุคคล

หากกำลังมองหา เครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN) ก็อาจจะน่าดึงดูดใจที่จะเลือกใช้หนึ่งในบริการฟรีที่มีอยู่หลายร้อยบริการในตลาด แต่สำหรับ VPN ฟรีส่วนใหญ่แล้ว จะต้องชำระด้วยความเป็นส่วนตัวหรือความปลอดภัย ซึ่งอาจมีต้นทุนที่สูงมาก

ขออธิบายวิธีที่ VPN ฟรีใช้สร้างรายได้ และวิธีเลือก VPN ฟรี ที่ปลอดภัยและใช้งานได้ฟรีอย่างแท้จริง

ทำไมต้องใช้ VPN ฟรี?
5 วิธีที่ VPN ฟรีใช้สร้างรายได้
1. กำหนดเป้าหมายด้วยโฆษณา
2. ขายข้อมูลส่วนบุคคล
3. แชร์รายละเอียดกับพันธมิตร
4. ทำให้อุปกรณ์ติดมัลแวร์
5. ได้รับการสนับสนุนจากบริการแบบชำระเงิน
วิธีเลือก VPN ฟรี
VPN ฟรีที่เชื่อถือได้

ทำไมต้องใช้ VPN ฟรี?

การใช้งาน VPN เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยทางออนไลน์ การเข้ารหัสข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน จะช่วยให้กิจกรรมออนไลน์ปลอดภัยจากการสอดส่องของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) รัฐบาล หรือบุคคลอื่นที่สามารถเข้าถึงเครือข่ายได้

แสดงให้เห็นว่า ISP ไม่สามารถเห็นข้อมูลส่วนบุคคลได้ แต่ VPN สามารถเห็นได้ และ VPN บางรายก็สร้างรายได้จากข้อมูลนี้

นอกจากนี้ VPN ยังช่วยเปลี่ยน หมายเลขไอพี ซึ่งเป็นหมายเลขระบุตัวตนของอุปกรณ์ในระบบออนไลน์ เพื่อซ่อนตำแหน่งที่ตั้งจริงหรือทำให้ดูเหมือนว่าอยู่ในประเทศอื่นได้

มี เหตุผลมากมายในการใช้งาน VPN แต่มี “VPN ฟรี” เพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่สามารถทำงานได้ตามต้องการหรือตามที่กล่าวอ้าง

VPN แบบไม่ชำระเงินหลายรายเป็นเพียงรุ่นลดทอนความสามารถจากเวอร์ชันชำระเงินซึ่งไม่มีคุณสมบัติที่จำเป็น บางรายจำกัดแบนด์วิดท์หรือทราฟฟิกรายเดือน ทำให้ไม่สามารถใช้งานได้จริง ส่วน “VPN ฟรี” อื่นๆ เป็นเพียงการหลอกลวง(หน้าต่างใหม่) เพื่อแพร่กระจาย มัลแวร์ ซึ่งนอกจากจะทำให้อุปกรณ์ติดมัลแวร์แล้ว อาจไม่สามารถใช้งานได้เลยด้วยซ้ำ

ไม่ว่าจะได้รับการรับรองอย่างถูกต้องหรือไม่ก็ตาม VPN ฟรีทั้งหมดจำเป็นต้องมีแหล่งเงินทุนสนับสนุน ดังนั้น การทำความเข้าใจว่าบริการเหล่านั้นสร้างรายได้อย่างไรก่อนที่จะลงทะเบียนใช้งานจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

5 วิธีที่ VPN ฟรีใช้สร้างรายได้

สำหรับ VPN ฟรีส่วนใหญ่ คำกล่าวโบราณที่ว่า “หากไม่ได้จ่ายเงินซื้อผลิตภัณฑ์ ตัวคุณนั่นแหละคือผลิตภัณฑ์” มักจะเป็นจริงเสมอ และนี่คือวิธีที่บริการฟรีส่วนใหญ่ใช้สร้างรายได้

1. กำหนดเป้าหมายด้วยโฆษณา

วิธีที่พบบ่อยที่สุดที่ VPN “ฟรี” ใช้สร้างรายได้คือการโฆษณา โดยผู้ลงโฆษณาจะจ่ายเงินเพื่อแสดงโฆษณาในแอป VPN เมื่อเชื่อมต่อกับ VPN ฟรีหลายๆ ราย จะถูกรบกวนด้วยโฆษณาป๊อปอัปจำนวนมาก

โฆษณาเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพียงแค่สร้างความรำคาญเท่านั้น แต่มักจะเป็นโฆษณา “ส่วนบุคคล” ซึ่งหมายความว่าบริการ VPN ได้แชร์ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้ให้บริการโฆษณาเพื่อกำหนดเป้าหมาย ข้อมูลนี้อาจรวมถึงประวัติการเรียกดูที่ตั้งใจจะใช้ VPN เพื่อปกป้องตั้งแต่แรก ดังนั้น เครื่องมือที่ได้รับความไว้วางใจให้ปกป้องความเป็นส่วนตัวกลับอาจสร้างรายได้จากการละเมิดความเป็นส่วนตัวเสียเอง

2. ขายข้อมูลส่วนบุคคล

VPN ฟรีหลายรายสร้างรายได้จากการติดตามข้อมูลในบางรูปแบบ โดยใช้เทคโนโลยี เช่น คุกกี้, เว็บบีคอน(หน้าต่างใหม่) และ พิกเซลติดตาม(หน้าต่างใหม่) เพื่อบันทึกประวัติการใช้งานออนไลน์

จากนั้นจะขายประวัติการเรียกดูให้กับผู้ลงโฆษณาหรือ นายหน้าค้าข้อมูล (Data Broker)(หน้าต่างใหม่) ยิ่งไปกว่านั้น อาจนำข้อมูลนี้ไปรวมเข้ากับรายละเอียดส่วนบุคคลที่ส่งมาเมื่อลงทะเบียน เช่น ชื่อ, ที่อยู่, ที่อยู่อีเมล และอื่นๆ แทนที่จะเป็นการปกป้องความเป็นส่วนตัว VPN เหล่านี้อาจขายรายละเอียดส่วนตัวที่ละเอียดอ่อนเกี่ยวกับชีวิตให้แก่ผู้ที่เสนอราคาสูงสุดแทน

3. แชร์รายละเอียดกับพันธมิตร

บริการ VPN “ฟรี” มักเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทที่ใหญ่กว่า VPN บางรายหาเงินจากการขายรายละเอียดส่วนบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งชื่อและที่อยู่อีเมล ให้แก่บริษัทพันธมิตรหรือบุคคลภายนอก

ตัวอย่างเช่น Hotspot Shield ซึ่งเป็นบริการ VPN ที่ครั้งหนึ่งเคย ถูกกล่าวหาว่าติดตามข้อมูลผู้ใช้(หน้าต่างใหม่) เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม Aura และ นโยบายความเป็นส่วนตัวของ Aura(หน้าต่างใหม่) ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า:

“ทั้ง Aura และบริษัทใดๆ ในเครือ Aura จะไม่ขายข้อมูลส่วนบุคคล (ยกเว้นในกรณีที่ใช้ผลิตภัณฑ์ฟรีของเรา)” [เพิ่มตัวเอน]

4. ทำให้อุปกรณ์ติดมัลแวร์

วิธีที่น่าตกใจที่สุดที่ VPN ฟรีบางรายใช้สร้างรายได้ คือการโจมตีระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน

VPN ฟรีที่เป็นอันตรายที่สุดสามารถ แอบดาวน์โหลดมัลแวร์(หน้าต่างใหม่) เช่น สปายแวร์(หน้าต่างใหม่) หรือ แรนซัมแวร์(หน้าต่างใหม่) ลงในอุปกรณ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบที่ร้ายแรงตามมาได้

มีบริการ VPN อย่างน้อยหนึ่งราย คือ Hola ที่ใช้มัลแวร์เพื่อ เปลี่ยนอุปกรณ์ของผู้ใช้ฟรีให้กลายเป็นโหนดทางออก(หน้าต่างใหม่) หรือเซิร์ฟเวอร์ VPN หากไม่ได้ชำระเงินค่าบริการ Hola จะใช้แบนด์วิดท์และหมายเลขไอพีเพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้ที่ชำระเงิน โดยที่ผู้ใช้ไม่ได้รู้เห็นด้วย และที่ร้ายไปกว่านั้น Hola ยังปล่อยให้อุปกรณ์ของผู้ใช้ฟรีกลายเป็นส่วนหนึ่งของ บ็อตเน็ต(หน้าต่างใหม่) ซึ่งเป็นเครือข่ายอุปกรณ์ที่ใช้ในการแพร่กระจาย อีเมลสแปม(หน้าต่างใหม่) หรือโจมตีทางไซเบอร์

5. สนับสนุนด้วยบริการแบบชำระเงิน

ผู้ให้บริการ VPN ฟรีที่ดีที่สุดจะสนับสนุนบริการฟรีด้วยเงินทุนจากผู้ใช้ที่ชำระเงิน แต่โมเดลการระดมทุนแบบ “ฟรีเมียม” นี้ก็อาจมีข้อเสียเช่นกัน

ประการแรก VPN แบบ “ฟรีเมียม” หลายรายจะตัดคุณสมบัติที่จำเป็นออก จำกัดความเร็ว หรือจำกัดโควตาข้อมูลรายเดือนเพื่อกระตุ้นให้อัปเกรด บริการฟรีที่น่าเชื่อถือส่วนใหญ่จะจำกัดไว้ที่ 500 MB หรือใกล้เคียง ดังนั้นจึงเป็นเพียงการทดลองใช้ฟรีเท่านั้น

ประการที่สอง VPN ฟรีมักจะหารายได้เสริมด้วยการกำหนดเป้าหมายโฆษณาไปที่บัญชีผู้ใช้ เมื่อต้องเผชิญกับโฆษณาป๊อปอัปจำนวนมาก ก็อาจยอมชำระเงินเพียงเพื่อให้สามารถใช้บริการได้โดยไม่มีการรบกวน

ข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวสำหรับกฎนี้คือ Proton VPN เนื่องจาก Proton VPN ไม่มีโฆษณาและไม่มีการจำกัดข้อมูล จึงสามารถใช้งานได้ฟรีตามต้องการ

วิธีเลือก VPN ฟรี

มี VPN ฟรีหลายร้อยรายการในตลาด แต่ไม่ใช่ทั้งหมดจะถูกสร้างขึ้นมาอย่างเท่าเทียมกัน โดยมีตั้งแต่บริการที่เชื่อถือได้ เช่น Proton VPN ไปจนถึงกลโกงหลอกลวงที่คอยสอดแนมหรือใช้งานไม่ได้เลย

รับ Proton VPN!

สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อเลือก VPN ฟรีที่มีความเป็นส่วนตัว ปลอดภัย และใช้งานได้จริงอย่างแท้จริงมีดังนี้

เลือก VPN ที่ไม่มีโฆษณา

โฆษณาป๊อปอัปใน VPN นั้นน่ารำคาญและอาจทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตช้าลง และที่ร้ายไปกว่านั้น ผู้ให้บริการ VPN อาจแชร์ข้อมูลส่วนบุคคลกับผู้โฆษณาเพื่อ “ปรับแต่ง” ป๊อปอัปเหล่านี้ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

ตรวจสอบว่า VPN ไม่มีโฆษณาก่อนลงทะเบียน

ตรวจสอบนโยบายไม่บันทึกข้อมูลการใช้งาน

VPN ที่ดีที่สุดจะมีนโยบายไม่บันทึกข้อมูลการใช้งาน ซึ่งหมายความว่าจะไม่มีการเก็บประวัติกิจกรรมออนไลน์ หากไม่มีการบันทึกสิ่งที่ทำ ก็จะไม่สามารถแชร์หรือขายข้อมูลนี้ให้กับบุคคลที่สามได้

อ่าน นโยบายความเป็นส่วนตัว(หน้าต่างใหม่) ของบริษัทเพื่อตรวจสอบรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน ไม่ใช่แค่คำกล่าวอ้างว่า “ไม่บันทึกข้อมูลการใช้งาน” ในโฆษณาเท่านั้น หากบริษัทไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าไม่มีการบันทึกข้อมูลการใช้งาน ก็ไม่ควรเลือกใช้บริการ คำกล่าวอ้างเรื่องการไม่บันทึกข้อมูลการใช้งานของ Proton VPN ได้รับการตรวจสอบโดยอิสระและได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายของสวิตเซอร์แลนด์

เลือกประเทศที่เป็นมิตรต่อความเป็นส่วนตัว

เมื่อใช้งาน VPN กิจกรรมออนไลน์จะอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศที่ VPN นั้นตั้งอยู่ หากประเทศที่ตั้งของ VPN คือประเทศจีน รัฐบาลอาจเรียกขอข้อมูลได้ทุกเมื่อ หากตั้งอยู่ในประเทศที่เป็นภาคีของข้อตกลง 5 Eyes, 9 Eyes และ 14 Eyes เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร หรือออสเตรเลีย ข้อมูลก็อาจถูกเข้าถึงได้ตามคำสั่งศาล

ตรวจสอบให้แน่ใจว่า VPN ตั้งอยู่ในประเทศที่เป็นมิตรต่อความเป็นส่วนตัวอย่างสวิตเซอร์แลนด์หรือไอซ์แลนด์ ซึ่งรัฐบาลจะไม่สามารถเข้าถึงกิจกรรมออนไลน์ได้

ตรวจสอบโปรโตคอล VPN

VPN จะมีความปลอดภัยเท่ากับโปรโตคอล VPN ที่ใช้เท่านั้น โปรโตคอล VPN คือชุดคำสั่งที่ใช้เพื่อสร้างการเชื่อมต่อที่ปลอดภัยระหว่างอุปกรณ์และเซิร์ฟเวอร์ VPN

ตรวจสอบว่า VPN ใช้โปรโตคอลที่ทันสมัยซึ่งมีการเข้ารหัสลับที่แข็งแกร่ง เช่น OpenVPN หรือ WireGuard®

เลือกใช้โอเพนซอร์ส

VPN สามารถมองเห็นกิจกรรมออนไลน์ทั้งหมดได้ ดังนั้นจึงต้องแน่ใจว่ามีความปลอดภัยตามที่กล่าวอ้างจริง VPN ฟรีส่วนใหญ่นั้นยากที่จะเชื่อถือได้เนื่องจากเก็บรหัสไว้เป็นความลับ

เลือก VPN ที่เป็นโอเพนซอร์สและมีความโปร่งใส เพื่อให้ทุกคนสามารถยืนยันความปลอดภัยได้ Proton VPN เผยแพร่ผลการตรวจสอบความปลอดภัยที่เป็นอิสระ ดังนั้น หากไม่สามารถตรวจสอบรหัสได้ด้วยตนเอง ก็สามารถดูความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญที่สามารถตรวจสอบได้

ศึกษาประวัติความเป็นมาของ VPN

ก่อนตัดสินใจเลือก VPN ฟรี ควรค้นหาข่าวสารเกี่ยวกับบริษัททางออนไลน์ ใครเป็นผู้ดำเนินงานและตั้งอยู่ที่ไหน? ได้รับเงินทุนอย่างไร? มีประวัติความเป็นส่วนตัวที่ดี หรือมีประวัติการขายและใช้ประโยชน์จากข้อมูลของผู้ใช้หรือไม่? เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่อาจแชร์ข้อมูลร่วมกันหรือไม่?

เลือกบริษัทที่มีความมั่นคงและมุ่งมั่นอย่างแท้จริงในการปกป้องความเป็นส่วนตัว ไม่ใช่การแสวงหาผลกำไรสูงสุด

VPN ฟรีที่เชื่อถือได้

ที่ Proton พันธกิจคือการมอบความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยทางออนไลน์ให้แก่ทุกคน ความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพในการแสดงออกเป็นสิทธิมนุษยชน ด้วยเหตุนี้ จึงมีการสร้าง VPN ที่ปลอดภัยซึ่งใช้งานได้ฟรีและไม่มีขีดจำกัดอย่างแท้จริง เพื่อให้ทุกคนมีเสรีภาพและก้าวข้ามการเซ็นเซอร์ทางออนไลน์ได้ โดยไม่คำนึงถึงความสามารถในการชำระเงิน

Proton VPN Free ได้รับการสนับสนุนโดย สมาชิกของชุมชน Proton ที่ชำระเงิน ไม่ใช่โดยการขายข้อมูลส่วนบุคคล เป็น VPN โอเพนซอร์ส ฟรีเพียงรายเดียวที่ไม่มีการบันทึกข้อมูลการใช้งาน และไม่มีข้อจำกัดด้านแบนด์วิดท์หรือข้อมูลรายเดือน สามารถใช้ Proton VPN ได้มากเท่าที่ต้องการ

สิ่งที่จะได้รับจาก Proton VPN Free:

หากต้องการ ปลดล็อกบริการสตรีมมิ่งยอดนิยม ด้วยเซิร์ฟเวอร์ในกว่า 60 ประเทศและคุณสมบัติเพิ่มเติม โปรดอัปเกรดเป็น Proton VPN Plus

ร่วมมือกับเราและผู้คนอีกหลายล้านคนที่ช่วยสร้างอินเทอร์เน็ตที่ดีกว่าเดิม ซึ่งมีความเป็นส่วนตัวเป็นค่าเริ่มต้น