ทำความเข้าใจและเพิ่มความเร็วการเชื่อมต่อ VPN
- เวลาอ่าน
- 1 นาที
- หมวดหมู่
- ความเร็ว
ในบทความนี้ จะอธิบายถึงปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความเร็วการเชื่อมต่อ VPN และวิธีเพิ่มความเร็วการเชื่อมต่อเมื่อใช้งานเซิร์ฟเวอร์ VPN รวมถึงความแตกต่างของความเร็วระหว่างแผนบริการ Proton VPN(หน้าต่างใหม่)
อัปเดต กรกฎาคม 2021: เทคโนโลยี VPN Accelerator ที่เป็นเอกลักษณ์สามารถเพิ่มความเร็วได้มากกว่า 400% ในบางสถานการณ์ เปิดให้ผู้ใช้ Proton VPN ทุกคนใช้งานได้ฟรี และเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นในแอปทั้งหมด เทคโนโลยีนี้มีประสิทธิภาพอย่างยิ่งในการลดการสูญเสียความเร็วเนื่องจากระยะทางที่ห่างไกลและปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ VPN Accelerator
VPN ทั้งหมดจะสร้างอุโมงค์ที่เข้ารหัสผ่านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเดิมที่มีอยู่ ซึ่งหมายความว่าปัจจัยหลักที่กำหนดความเร็วการเชื่อมต่อ VPN คือความเร็วพื้นฐานของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ส่วนปัจจัยอื่นๆ ที่อาจจำกัดความเร็ว VPN ได้แก่:
- ความเร็วของการเชื่อมต่อจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต โดยทั่วไปแล้ว ความเร็วการเชื่อมต่อ VPN จะถูกจำกัดด้วยปริมาณข้อมูลที่ ISP สามารถรองรับได้และความเร็วในการรับส่งข้อมูลบนเครือข่าย
- ปัญหาในโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต หากเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ VPN ในต่างประเทศ ปัญหาเกี่ยวกับลิงก์เครือข่ายในจุดใดก็ตามระหว่างอุปกรณ์กับเซิร์ฟเวอร์นั้นอาจนำไปสู่ปัญหาด้านประสิทธิภาพได้ ซึ่งอาจรวมถึงการติดขัดของข้อมูลที่เกิดจากความเสียหายของสายเคเบิลอินเทอร์เน็ตใต้น้ำ หรือการซ่อมบำรุงเครือข่ายต้นน้ำของ ISP
- การจำกัดความเร็วโดย ISP ผู้ให้บริการบางรายอาจจงใจจำกัดความเร็วการเชื่อมต่อ VPN หรือจำกัดความเร็วการเชื่อมต่อทั้งหมด หากมีการใช้งานแบนด์วิดท์เป็นปริมาณมาก ซึ่งจะส่งผลให้ความเร็ว VPN ลดลงเนื่องจากความเร็วการเชื่อมต่อทั้งหมดช้าลง
เนื่องจากเครือข่ายมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ความเร็ว VPN จึงอาจแตกต่างกันไปตามพื้นที่ใช้งาน เซิร์ฟเวอร์ที่เชื่อมต่อ และเวลาที่ทำการเชื่อมต่อ นอกจากนี้ เนื่องจากการเชื่อมต่อกับ VPN อาจช่วยข้ามปัญหาที่เกิดขึ้นที่อื่นบนอินเทอร์เน็ตได้ ในบางครั้งการเชื่อมต่อกับบางเว็บไซต์ผ่าน VPN จึงอาจมีความเร็วที่สูงกว่าการไม่ใช้งาน VPN ด้วยซ้ำ
วิธีเพิ่มความเร็วในการใช้งาน VPN
หากประสบปัญหาความเร็วในการเรียกดูข้อมูลช้าในขณะที่เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ VPN มีเคล็ดลับบางประการที่สามารถลองใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของ VPN ได้
- เปลี่ยนไปใช้เซิร์ฟเวอร์ VPN อื่น – หากคาดว่ามีปัญหาในเครือข่าย การเปลี่ยนไปใช้เซิร์ฟเวอร์อื่นอาจช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาคอขวดและความล่าช้าเหล่านั้นได้ และเพื่อให้มีประสิทธิภาพ ควรเปลี่ยนไปใช้หมายเลขเซิร์ฟเวอร์ (#) ที่อยู่ห่างจากเซิร์ฟเวอร์เดิมอย่างน้อยสิบเซิร์ฟเวอร์ (หากห่างกว่านั้นจะดียิ่งขึ้น) เช่น เปลี่ยนจาก CH#1 เป็น CH#21
- เปลี่ยนไปใช้เซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ใกล้ขึ้น – ยิ่งอยู่ห่างจากเซิร์ฟเวอร์ที่เชื่อมต่อมากเท่าใด ค่าความหน่วงของการเชื่อมต่อก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อความเร็วในการเรียกดูข้อมูล การเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ห่างไกลยังเพิ่มโอกาสที่จะพบปัญหาเครือข่ายระหว่างอุปกรณ์กับเซิร์ฟเวอร์ด้วย
- ลองใช้โปรโตคอลต่างๆ – แอป Proton VPN ส่วนใหญ่สนับสนุนโปรโตคอล VPN แบบ WireGuard® และ OpenVPN หากประสบปัญหาความเร็วในการเรียกดูข้อมูลช้า ขอแนะนำให้ลองเชื่อมต่อด้วยแต่ละโปรโตคอลเพื่อดูว่าโปรโตคอลใดให้ความเร็วที่ดีที่สุด โดยปกติแล้ว WireGuard จะเป็นโปรโตคอล VPN ที่เร็วที่สุด และสำหรับทั้ง WireGuard และ OpenVPN นั้น UDP จะเร็วกว่า TCP ทั้งนี้ แอปบน Windows, macOS, iOS และ Android มีคุณสมบัติ Smart Protocol แต่ก็อาจยังต้องการเลือกโปรโตคอล VPN ต่างๆ ด้วยตนเองเพื่อค้นหาโปรโตคอลที่ให้ความเร็วที่ดีที่สุด
เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Smart Protocol และวิธีเปลี่ยนโปรโตคอล VPN
- หลีกเลี่ยงการใช้งานเซิร์ฟเวอร์ที่มีภาระงานหนัก – แอปพลิเคชัน Proton VPN และหน้าเซิร์ฟเวอร์ VPN(หน้าต่างใหม่) จะแสดงภาระการใช้งานปัจจุบันของเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมด ดังนั้นให้ลองเลือกเซิร์ฟเวอร์ที่มีภาระงานต่ำ
- หลีกเลี่ยงการใช้งาน Secure Core – น่าเสียดายที่ความปลอดภัยเพิ่มเติมจาก Secure Core VPN ต้องแลกมาด้วยประสิทธิภาพการทำงาน เนื่องจากระบบจะส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย Secure Core ซึ่งเป็นการเพิ่มค่าความหน่วงให้มากขึ้น หากการเรียกดูข้อมูลจำเป็นต้องใช้แบนด์วิดท์สูงและไม่ต้องการความปลอดภัยในระดับสูง (เช่น การรับชม Netflix) จะสามารถเชื่อมต่อได้เร็วขึ้นโดยการปิดใช้งาน Secure Core
- หลีกเลี่ยงการใช้งานเซิร์ฟเวอร์ Tor VPN – Proton VPN มีความพิเศษตรงที่มีบริการเซิร์ฟเวอร์ Tor VPN ที่ช่วยให้สามารถเข้าถึงเครือข่าย Tor ได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเครือข่าย Tor มักจะทำงานช้า เซิร์ฟเวอร์ Tor VPN จึงอาจช้าไปด้วยเช่นกัน
- ปิดใช้งานโปรแกรมป้องกันไวรัสหรือไฟร์วอลล์ชั่วคราว – ในบางครั้ง โปรแกรมป้องกันไวรัสหรือไฟร์วอลล์อาจส่งผลต่อความเร็วการเชื่อมต่อ VPN ให้ลองปิดใช้งานชั่วคราวแล้วเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ Proton VPN ใหม่อีกครั้งเพื่อดูว่าความเร็วในการเรียกดูข้อมูลดีขึ้นหรือไม่
- ปิดแอปพลิเคชันที่มีการรับส่งข้อมูล – แอปพลิเคชันแชร์ไฟล์หรือข้อมูลบางประเภทที่ทำงานในพื้นหลัง เช่น แอปทอร์เรนต์ อาจทำให้ความเร็วในการเรียกดูข้อมูลช้าลง ให้ลองปิดแอปพลิเคชันเหล่านั้นและเชื่อมต่อใหม่เพื่อตรวจสอบคุณภาพความเร็ว
- อัปเดตแอป VPN ให้เป็นรุ่นล่าสุดอยู่เสมอ – หากใช้งานแอปพลิเคชัน Proton VPN โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้อัปเดตเป็นรุ่นล่าสุดโดยคลิก อัปเดต ในเมนู และหากใช้งานไคลเอนต์ OpenVPN ของบุคคลที่สาม โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เลือกใช้ตามที่แนะนำและใช้งานรุ่นล่าสุดเสมอ เนื่องจากรุ่นใหม่ๆ จะมีการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหรือรองรับชุดรหัสที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมให้ดีขึ้น
ความเร็วของแผนบริการ Proton VPN ต่างๆ
Proton VPN รักษาการเชื่อมต่อที่รวดเร็วอย่างยิ่งในเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ VPN ทั่วโลก(หน้าต่างใหม่)ทั้งหมดโดยการเลือกใช้งานเฉพาะเซิร์ฟเวอร์ VPN ประสิทธิภาพสูงบนเครือข่ายที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ แม้ว่า Proton VPN จะเป็นบริการ VPN ฟรี(หน้าต่างใหม่) แต่เครือข่ายทั่วโลกก็มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ส่วนใหญ่จะได้รับการสนับสนุนจากผู้ใช้ Proton ที่ชำระเงิน ด้วยเหตุนี้ จึงมีบริการระดับประสิทธิภาพที่สูงกว่าสำหรับผู้ที่ใช้งานแผนบริการ Proton VPN แบบชำระเงิน
เนื่องจาก Proton VPN เป็นบริการ VPN ที่ไม่มีการบันทึกข้อมูลการใช้งาน จึงไม่มีการเฝ้าติดตามหรือติดตามกิจกรรมของผู้ใช้ ดังนั้นจึงไม่มีการจำกัดแบนด์วิดท์หรือการจำกัดความเร็วแบนด์วิดท์ แม้กระทั่งสำหรับผู้ใช้บริการฟรี อย่างไรก็ตาม ความเร็วในการเชื่อมต่อโดยทั่วไปจะเร็วกว่าในแผนบริการ Proton VPN แบบชำระเงิน ด้วยเหตุผลหลายประการดังนี้:
- เครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ Plus มีขนาดใหญ่กว่ามาก ดังนั้นเซิร์ฟเวอร์โดยทั่วไปจึงมีภาระงานต่ำกว่า
- มีเซิร์ฟเวอร์ Plus ในหลายประเทศมากขึ้น จึงทำให้มีโอกาสพบเซิร์ฟเวอร์ในเมืองหรือประเทศที่อยู่ได้ง่ายยิ่งขึ้น
- เซิร์ฟเวอร์ Plus หลายเครื่องทำงานบนเครือข่ายความเร็ว 10 Gbps
อย่างไรก็ดี ความเร็ว VPN อาจแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของเครือข่ายเสมอ
ยังคงประสบปัญหาเรื่องความเร็วอยู่หรือไม่?
ที่ Proton VPN มีความมุ่งมั่นที่จะไม่เพียงแต่นำเสนอบริการ VPN ที่ปลอดภัย(หน้าต่างใหม่)ที่สุดเท่านั้น แต่ยังเป็นบริการ VPN ที่เร็วที่สุดด้วย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ จึงเลือกใช้เฉพาะเซิร์ฟเวอร์ประสิทธิภาพสูงในศูนย์ข้อมูลที่มีการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ดีที่สุด หากประสบปัญหาความเร็วการเชื่อมต่อที่ช้าบนเซิร์ฟเวอร์ตัวใดตัวหนึ่ง โปรดแจ้งให้ทราบโดยสามารถบอกได้ว่าเซิร์ฟเวอร์ใดทำงานได้ไม่ดีผ่านการติดต่อเรา(หน้าต่างใหม่)
ขอแสดงความนับถือ
ทีมงาน Proton