Proton VPN ใช้เฉพาะโปรโตคอล VPN ที่แข็งแกร่งและปลอดภัยเท่านั้น
โปรโตคอล VPN เป็นตัวกำหนดความปลอดภัย ความเสถียร และความเร็วของการเชื่อมต่อ VPN จึงเป็นเหตุผลที่เลือกใช้เฉพาะโปรโตคอลที่มีประวัติด้านความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงเท่านั้น
สร้างอุโมงค์ VPN ที่ปลอดภัยโดยใช้ OpenVPN หรือ WireGuard®
ปกป้องเซสชันทั้งหมดทั้งในอดีตและอนาคตด้วยระบบรักษาความลับในการส่งต่ออย่างสมบูรณ์
ปกป้องการสืบค้น DNS ให้ปลอดภัย

โปรโตคอล VPN มีความปลอดภัย รวดเร็ว และช่วยให้ข้ามผ่านการบล็อกอินเทอร์เน็ตได้
ความปลอดภัยของผู้ใช้คือความสำคัญสูงสุด Proton VPN จึงปกป้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยโปรโตคอล VPN ที่แข็งแกร่งซึ่งมีประวัติอันยาวนานด้านความปลอดภัย และปรับใช้โปรโตคอล VPN เหล่านี้ด้วยการตั้งค่าการเข้ารหัสลับระดับสูงสุด
OpenVPN
เมื่อกำหนดค่าอย่างเหมาะสม โปรโตคอล VPN แบบโอเพนซอร์สที่ผ่านการทดสอบและพิสูจน์แล้วนี้ได้รับการยอมรับจากชุมชนความปลอดภัยทางไซเบอร์ว่ามีความปลอดภัย Proton VPN ปรับใช้ OpenVPN ด้วย การตั้งค่าการเข้ารหัสลับที่แข็งแกร่งที่สุด และใช้ การรักษาความลับในการส่งต่อ เพื่อรับประกันว่าจะมีการสร้างคีย์ใหม่สำหรับแต่ละเซสชัน
ข้อดีที่สำคัญของ OpenVPN คือสามารถทำงานได้โดยใช้ UDP หรือ TCP เป็นโปรโตคอลการส่งสัญญาณ UDP จะเร็วกว่า แต่สำหรับ TCP จะสามารถกำหนดค่า OpenVPN ให้ใช้พอร์ตเดียวกับโปรโตคอล HTTPS ที่ใช้รักษาความปลอดภัยให้กับการสื่อสารที่ละเอียดอ่อนทั้งหมดบนอินเทอร์เน็ตได้ สิ่งนี้ทำให้ OpenVPN มีประสิทธิภาพในการข้ามผ่านการเซ็นเซอร์ส่วนใหญ่ได้

WireGuard
WireGuard เป็นโปรโตคอล VPN แบบโอเพนซอร์สและมีน้ำหนักเบา ซึ่งทำงานได้รวดเร็วกว่าโปรโตคอล VPN แบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังใช้รหัสการเข้ารหัสลับ ChaCha20 ขั้นสูงเพื่อปกป้องการเชื่อมต่อ VPN
Stealth
Stealth คือโปรโตคอล VPN แบบกำหนดเองที่ช่วยให้หลีกเลี่ยงการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตและการบล็อก VPN โดยการปลอมแปลงการเชื่อมต่อ VPN ด้วย Stealth จะสามารถเข้าถึงไซต์ที่ถูกเซ็นเซอร์และสื่อสารกับผู้คนบนโซเชียลมีเดียได้ แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามจำกัดการเข้าถึงก็ตาม Stealth มีให้บริการในทุกแผนบริการของ Proton VPN รวมถึงแผน Free plan ด้วย
ปกป้องอินเทอร์เน็ตให้ปลอดภัยด้วย Proton VPN
การถ่ายโอนข้อมูลที่เข้ารหัส
ข้อมูลทั้งหมดที่ส่งผ่านระหว่างอุปกรณ์และเซิร์ฟเวอร์ VPN จะได้รับการเข้ารหัสโดยใช้โปรโตคอล VPN และรหัสการเข้ารหัสลับที่แข็งแกร่ง ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต รัฐบาล และแฮกเกอร์ WiFi ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้

การแปลค่า DNS ที่เข้ารหัส
เมื่อเชื่อมต่อกับ Proton VPN จะมีการแปลค่าสืบค้น DNS โดยการแปลง URL เป็นที่อยู่ IP ที่คอมพิวเตอร์ใช้ในการระบุเว็บไซต์ ข้อมูลการสืบค้น DNS จะถูกส่งผ่านอุโมงค์ VPN ที่เข้ารหัส เพื่อไม่ให้ใครก็ตาม แม้แต่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต สามารถตรวจสอบการใช้งานบนอินเทอร์เน็ตได้
เซิร์ฟเวอร์ VPN ที่เข้ารหัส
เซิร์ฟเวอร์ Proton VPN ทั้งหมดใช้การเข้ารหัสลับดิสก์แบบเต็มรูปแบบเพื่อรับประกันว่าไม่มีใครสามารถดักจับข้อมูลหรือขโมยคีย์การเข้ารหัสลับของเซิร์ฟเวอร์ได้ แม้ในกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากซึ่งผู้โจมตีสามารถเข้าถึงศูนย์ข้อมูลได้ทางกายภาพก็ตาม
รักษาข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นส่วนตัวด้วย Proton VPN
ที่เชื่อถือได้
Proton ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมาธิการยุโรป ได้รับการแนะนำโดย UN และถูกใช้งานโดยผู้สื่อข่าว นักกิจกรรม และผู้คนหลายล้านคนทั่วโลกเพื่อความปลอดภัยทางออนไลน์
มีฐานอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์
Proton VPN มีฐานการดำเนินงานอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีกฎหมายความเป็นส่วนตัวของข้อมูลที่เข้มงวดที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง
สวิตช์ตัดการเชื่อมต่อฉุกเฉิน
แอปมีคุณสมบัติสวิตช์ตัดการเชื่อมต่อฉุกเฉินเพื่อปกป้องที่อยู่ IP หากการเชื่อมต่อ VPN ขัดข้อง
VPN ที่ไม่เก็บรวบรวมบันทึก
ไม่มีการเก็บบันทึกกิจกรรมหรือข้อมูลเมตาใดๆ ซึ่งหมายความว่าไม่มีข้อมูลที่จะแชร์กับใครก็ตาม
โอเพนซอร์ส
แอป Proton VPN ใช้โปรโตคอล VPN แบบโอเพนซอร์ส เช่น WireGuard และ OpenVPN เพื่อให้ทุกคนสามารถตรวจสอบรหัสได้
ได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ
แอปแบบโอเพนซอร์สได้รับการตรวจสอบอย่างเต็มรูปแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอิสระ และมีการเผยแพร่ผลลัพธ์อย่างเปิดเผยบน เว็บไซต์
VPN Accelerator
VPN Accelerator คือชุดเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Proton VPN ซึ่งสามารถเพิ่มความเร็ว VPN ได้มากกว่า 400%
ใช้งานง่าย
เพียงติดตั้งแอป VPN แตะปุ่มเชื่อมต่อด่วน ระบบจะเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่เร็วที่สุดโดยอัตโนมัติ
รับบริการ VPN ที่ปลอดภัยและรวดเร็วด้วย Proton VPN
ข้ามผ่านการเซ็นเซอร์ด้วยเราติ้งสำรอง
การป้องกันจากแฮกเกอร์ WiFi
เครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ความเร็วสูง 10 Gbps
Secure Core VPN
Tor ผ่าน VPN

คำถามที่พบบ่อย
- มีการใช้การตั้งค่าการเข้ารหัสลับใดสำหรับ OpenVPN?
- การรักษาความลับแบบส่งต่อคืออะไร